Na Na Sa Ra [นานา สาระ]

วันอาทิตย์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

การเพาะเมล็ดชวนชม

อ้างอิง คุณกระท่อมน้อย

ได้เลยจ้า....ยินดีเป็นอย่างยิ่ง แต่อย่าเชื่อผมมากนะ! ผมเป็นพี่น้องกับสมรักษ์ คำสิงห์ นะจะบอกให้ (ผมไม่ได้โม้! 55555) แต่ตรงนี้ผมว่าสูตรของแต่ละท่านคงจะไม่เหมือนกัน แต่พื้นฐานคงจะไม่แตกต่างกันเท่าไหร่หรอกครับ คุณเทพาลัยลองสังเกตุในภาพนี้ดูนะ จะเห็นเจ้าของนั้นใส่ปุ๋ยคอกลงไปทั้งที่ต้นกล้าอายุยังไม่มากนัก(แต่ต้องเป็นปุ๋ยคอกที่หมดความเค็มแล้วเท่านั้น) และที่สำคัญที่สุดคือแดดครับ ถ้าเราให้ปุ๋ยถึงแดดจะต้องถึงด้วยมิเช่นนั้นไม้จะยืดรับหาแสงทำให้ลำต้นนั้นสูงชลูดเป็นไม้เสียบลูกชิ้นเลยล่ะ 55555 และแสงคือส่วนสำคัญของต้นไม้เพื่อต้นไม้นั้นจะนำไปปรุงอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงลำต้นด้วย โดยส่วนมากแล้วเมล็ดที่จะนำมาเพาะนั้นต้องมีความสมบูรณ์และบางสายพันธุ์นั้นเป็นไทยโซโคแต่จะเลี้ยงให้อ้วนกลมเหมือนสายอะราบิคั่มนั้นบางครั้งก็ดูจะฝืนกับธรรมชาติดูแล้วมันกระไรๆอยู่เหมือนกันนะ แต่ก็ชั่งเถอะไหนๆก็ไหนๆแล้วความตั้งใจที่เราจะเลี้ยงให้อ้วนๆมันห้ามกันไม่ได้นี่

วัสดุที่จะใช้เพาะเมล็ดตามสูตรของผมนั้นมีดังต่อไปนี้
1.ดินใบก้ามปู 1 ส่วน
2.ขุ๋ยมะพร้าว 1 ส่วน
3.ทราย 1 ส่วน
4.แกลบดำ 1 ส่วน
5.ขี้ค้างคาวและปุ๋ยคอกอย่างละเล็กน้อย
นำส่วนผสมในข้อ 1-4 มาผสมเข้าด้วยกัน หลังจากนั้นเอาใส่ภาชนะที่เราจะเพาะเมล็ดใส่ส่วนผสมชั้นล่างสุดลงไปหนาสัก 1 นิ้ว หลังจากนั้นเราก็เอาขี้ค้างคาวบดให้เป็นผงแล้วโรยลงไปบางๆไม่ต้องหนามาก จากนั้นก็ใส่ส่วนผสมลงไปหนาอีกสัก 1 ซ.ม เสร็จแล้วก็เอาปุ๋ยคอกบดละเอียดโรยทับไปอีกสักหน่อย เสร็จแล้วก็เอาส่วนผสมโรยทับไปอีก 1 ซ.ม แล้วโรยทับด้วยปุ๋ยคอกอีกชั้นแล้วก็ตามด้วยส่วนผสมชั้นบนสุด(อ่านแล้วงงมั๊ย! ถ้างงส่งเมล็ดมาให้ผมเพาะให้ก็ได้ อิอิ ) เราจะเห็นว่าชั้นล่างสุดเป็นส่วนผสมทั้งหมดต่อมาเป็นขี้ค้างคาว-ส่วนผสม-ปุ๋ยคอก-ส่วนผสม-ปุ๋ยคอก-ส่วนผสม สาเหตุที่เรียงเป็นชั้นแบบนี้เพราะว่าช่วงแรกที่เมล็ดได้งอกนั้นจะไม่ต้องการปุ๋ยเลยเค้าต้องการแค่ความชื้นและเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่หลังจากที่เค้าได้แทงรากออกมาจากเมล็ดแล้ว รากเค้าก็จะลงไปหาอาหารเลยแล้วก็ไหลลงต่อไปเรื่อยๆจนรากเค้าไปถึงปุ๋ยขี้ค้างคาวเมื่ออายุราวๆประมาณ 1 เดือน สาเหตุที่เราใส่ปุ๋ยขี้ค้างคาวไว้ชั้นล่างสุดนั้นเพราะว่าปุ๋ยขี้ค้างคาวนั้นมีค่า P สูงถึง 12 นั่นเอง แต่พวกปุ๋ยคอกมีค่า P แค่ 0.5-0.7 สาเหตุที่เราใส่ปุ๋ยคอกลงไปในการเพาะเมล็ดด้วยนั้น เพราะว่าเราจะบังคับให้ระบบรากของเค้าหากินตั้งแต่ยังวัยเยาว์นั่นเอง และเพื่อเป็นการฝึกนิสัยของเค้าให้คุ้นเคยกับปุ๋ยครับ ส่วนน้ำเราก็รดตามปรกติอย่าให้แฉะมากเกินไปควบคุมให้มีความชื้นให้พอดีไม่ต้องให้ทุกวันก็ได้แต่ถ้าให้ควรจะให้ในช่วงเช้า และพยายามหลีกเลี่ยงการเพาะช่วงหน้าฝนเพราะว่าหน้าฝนเค้ามีความชื้นสูงมากเราต้องใช้ยาเข้าช่วยด้วยในบางครั้ง และหน้าหนาวอีกเหมือนกันเมล็ดเกือบแทบทุกชนิดจะขึ้นช้ามากๆ (รากก็เปรียบเสมือนกับปากที่มีหน้าที่หาอาหาร ตราบใดที่ระบบของรากดีเท่าไหร่ นั่นก็หมายถึงต้นไม้จะเจริญเติบโตและสวยงามมากเท่านั้น) รายละเอียดนั้นยังมีอีกตั้งเยอะแยะต้องเรียนรู้กันอีกต่อไปเรื่อยๆ ยังไงคุณเทพาลัยลองนำมาคิดค้นปรับปรุงสูตรของแต่ละท่าน แล้วนำมาประยุกต์ใช้ให้ได้ประโยชน์มากที่สุดก็แล้วกัน ลืมบอกไปอีกเรื่องหนึ่งครับ หลังจากที่เมล็ดได้งอกออกมาแล้วนั้น เราก็เอา B1 ผสมน้ำเจื่อจางฉีดที่ลำต้นทุกๆ 5-7วันก็ได้เพื่อช่วยให้ระบบรากและลำต้นเค้าแข็งแรงขึ้น มีสุขสมหวังการการเพาะเมล็ดนะครับ

ป้ายกำกับ:

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

สมัครสมาชิก ส่งความคิดเห็น [Atom]

<< หน้าแรก