Na Na Sa Ra [นานา สาระ]

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2552

SETผวาชุมนุม นปช.ส่อร่วง


PDF Print E-mail
Friday, 18 September 2009 09:45

โบ รกคาดหุ้นไทยวันนี้เสี่ยงดิ่งลงในแดนลบ หลังตลาดหุ้นเพื่อนบ้านปรับลงตามดาวโจนส์ แถมราคาน้ำมันโลกอ่อนตัวลง กดหุ้นพลังงานและปิโตรฯ ไม่คึกคัก ขณะที่ นลท. กังวลชุมนุมกลุ่ม นปช. พรุ่งนี้อาจเกิดเหตุรุนแรง ส่งผลให้มีแรงขายหนีความเสี่ยง แนะหลีกเลี่ยงหุ้นใหญ่ หันเก็งกำไรหุ้นเล็ก โดยเฉพาะอิเล็กทรอนิกส์น่าสน ประเมินแนวรับ 696 จุด แนวต้าน 715 จุด

นายรณกฤต สารินวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.คันทรี่ กรุ๊ป กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยวันนี้มีโอกาสปรับตัวลดลงตามทิศทางเดียวกับ ตลาดหุ้นภูมิภาคที่ส่วนใหญ่เปิดตลาดฯ ในแดนลบ เนื่องจากได้รับปัจจัยกดดันจากดัชนีดาวโจนส์ ตลาดหุ้นนิวยอร์ก ปรับลดลงเล็กน้อยประมาณ 7 จุด หลังถูกแรงเทขายทำกำไรของนักลงทุนจากก่อนหน้านี้ดัชนีฯ ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง


นอกจากนี้ ตลาดหุ้นไทยยังได้รับปัจจัยกดดันจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่อ่อนตัวลง 4 เซนต์ โดยราคามาปิดที่ระดับ 72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และยังมีตัวแปรเชิงลบประเด็นการเมืองภายในประเทศกรณีวันพรุ่งนี้ (19 ก.ย.52) กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) จะมีการนัดชุมนุมใหญ่ โดยปัจจัยดังกล่าวจะเป็นปัจจัยเสริมที่ส่งผลกระทบให้นักลงทุนมีการเทขายหุ้น ออกมาเพื่อลดความเสี่ยง อีกทั้งในวันนี้หุ้นขนาดใหญ่จะมีการพักตัว ทั้งกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี

ด้านปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ ประเด็นการเมืองในประเทศกรณีการชุมนุมของกลุ่ม นปช. ในวันพรุ่งนี้ว่าสถานการณ์จะนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรงหรือไม่ โดยยังต้องติดตามการเคลื่อนไหวของดัชนีในตลาดหุ้นภูมิภาคที่ยังมีอิทธิพลต่อ บรรยากาศการลงทุน

กลยุทธ์ แนะนำหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นขนาดใหญ่ และเก็งกำไรหุ้นในตลาดหุ้น mai และหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ประเมินแนวรับอยู่ที่ 696 จุด แนวต้าน 715 จุด


credit www.stockwave.in.th

ป้ายกำกับ: , , ,

วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2552

SET50 Futuresสัปดาห์หน้ายังเดินแดนบวก


PDF Print E-mail

เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเคราะห์ บล.กรุงศรีอยุธยา (AYS) เปิดเผยถึงการซื้อขาย ดัชนี SET50 Futures ในตลาดอนุพันธ์แห่งประเทศไทย (TFEX) วันนี้ว่า ดัชนีฯ ปรับตัวขึ้นหลังจากนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่องภายในสัปดาห์นี้

ประกอบกับสัญญาณทางเทคนิคของดัชนีฯ ไม่สามารถปรับตัวลดลงหลุดระดับแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาที่ 500 จุด เป็นปัจจัยสนับสนุนจิตวิทยาการลงทุนประกอบกันอีกทางหนึ่ง

ด้านตลาดหุ้นต่างประเทศปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นปัจจัยสนับสนุนจิตวิทยาการลงทุน อีกทาง โดยดัชนี สเตรทไทม์ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ปิดตลาดที่ระดับ 2,681.03 จุด ลดลง 0.99 จุด หรือ -0.04 % ดัชนี ฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดตลาดที่ระดับ 21,161.42 จุด เพิ่มขึ้น 91.86 จุด หรือ 0.44 % และตลาดหุ้นไทยปิดที่ 707.81 จุด เพิ่มขึ้น 4.72 จุด หรือ 0.67%

สำหรับราคาน้ำมันในตลาดโลกเคลื่อนไหวทรงตัวจึงไม่มีผลกระทบต่อหุ้นในกลุ่มพลังงาน

แนวโน้มในสัปดาห์หน้าคาดว่าดัชนี SET50 Futures มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อได้ เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิต่อเนื่อง หลังจากมั่นใจภาพรวมเศรษฐกิโลกว่ามีแนวโน้มดีขึ้น

ส่วนสัญญาณทางเทคนิคที่ติดแนวรับสำคัญที่ 500 จุดเป็นปัจจัยสนับสนุนจิตวิทยาการลงทุนประกอบกัน อย่างไรก็ดีให้รอดูทิศทางตลาดหุ้นต่างประเทศ และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ประกอบกันอีกครั้ง

กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้เปิดสถานะซื้อ (Long) ในสัญญา S50U09 เดือนกันยายน 2552 ประเมินแนวรับไว้ที่ 500 จุด แนวต้าน 512 จุด ส่วน SET50 ประเมินแนวรับไว้ที่ 500 จุด แนวต้าน 512 จุด เช่นกัน

ป้ายกำกับ: ,

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ออมเงินไว้ในหุ้น

ข้อแนะนำของนักการเงินที่ขัดแย้งกับความรู้สึกของ คนทั่วไปมากที่สุดเห็นจะได้แก่ ข้อแนะนำที่บอกว่า วิธีออมเงินเพื่อวัยเกษียณที่ดีที่สุด คือ การออมไว้ในตลาดหุ้น แต่คนทั่วไปมักมีความรู้สึกว่า ตลาดหุ้นมีความเสี่ยงสูง เงินสำหรับไว้ใช้จ่ายในยามแก่เฒ่า น่าจะเก็บไว้ในที่ซึ่งปลอดภัย อาทิเช่น เงินฝากธนาคาร พันธบัตรรัฐบาล หรือตราสารหนี้ มากกว่า

สาเหตุที่ นักการเงินแนะนำเช่นนี้ เป็นเพราะแม้ว่าหุ้นจะมีความเสี่ยงมากกว่าเงินฝาก หรือตราสารหนี้มาก อาทิเช่น ในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี หุ้นอาจทำให้คุณขาดทุนได้มากถึง 30-40 เปอร์เซ็นต์ หรือมากกว่านั้นอีก ในขณะที่ตราสารหนี้จะให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างแน่นอน อาทิเช่น 3-5 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น แต่ก็เพราะหุ้นมีความเสี่ยงสูงกว่านี่แหละที่ทำให้ในระยะยาวแล้ว หุ้นจะต้องให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า เพราะชดเชยความเสี่ยงที่สูงกว่านั่นเอง

การออมเงินเพื่อเกษียณเป็นการออมที่มีระยะเวลาออมที่นานมาก ดังนั้น มันจึงเหมาะกับการออมไว้ในหุ้นมากที่สุด

เรา พบว่า การออมเงินไว้ในหุ้นนั้น ยิ่งมีระยะเวลาออมนานเท่าไร ผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปีจะยิ่งมีความผันผวนน้อยลง และมีค่าเป็นบวกด้วย ที่สำคัญ มันสูงกว่าการออมไว้ในหลักทรัพย์ชนิดอื่นๆ ทั้งหมดแบบเทียบกันไม่ได้ แต่คำว่าระยะยาวที่ว่านี้ จะต้องยาวเกิน 15 ปีขึ้นไปนะครับ

มีหลายคนระแวงสงสัยว่า การออมเงินไว้เฉยๆ ในตลาดหุ้นนานๆ จะดีจริงหรือ หลายคนมีความเชื่อว่า ตลาดหุ้นไทยถือยาวไม่ได้ เพราะอย่างเมื่อปีที่แล้ว ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่อยู่แถวๆ 900 จุด ก็เพิ่งจะร่วงลงมาอย่างแรงจนเหลือเพียงแค่ 380 จุดเท่านั้น แล้วอย่างนี้การออมเงินเกษียณด้วยการซื้อหุ้นทิ้งไว้เฉยๆ โดยไม่มีการขายออกมาเลยจนกว่าจะใกล้เกษียณ จะเป็นวิธีการที่ดีจริงหรือ

เกี่ยว กับเรื่องนี้ ผมมีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่า การออมเงินไว้ในตลาดหุ้นไทยเป็นเวลานานมากๆ โดยไม่มีการซื้อๆ ขายๆ ระหว่างทาง สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีได้จริงๆ เพราะบ้านเรามีกองทุนรวมชนิดหนึ่งที่เรียกว่า กองทุนรวมหุ้นที่เลียนแบบดัชนี (Index Fund) อยู่ กองทุนประเภทนี้มีนโยบายการลงทุนง่ายๆ ด้วยการกระจายเงินลงทุนทั้งหมดไว้ในหุ้นทุกตัวที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี หุ้น เพื่อให้มูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนเปลี่ยนแปลงไปตามดัชนีตลาดหุ้นที่เปลี่ยน ไปด้วย กองทุนรวมทหารไทย SET50 ของ บลจ.ทหารไทย ลงทุนในหุ้น 50 ตัวที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET50 กองทุนนี้จัดตั้งขึ้นมานานแล้วพอสมควร คือ ตั้งแต่ปี 2544 เราจึงสามารถศึกษาอะไรจากผลการดำเนินงานของกองทุนนี้ได้ ปรากฏว่า ผลการดำเนินงานของกองทุนนี้เมื่อเร็วๆ นี้เป็นดังนี้ครับ

ผลการดำเนินงาน คำนวณ ณ วันที่ 17 เมษายน 2552
ระยะเวลา
ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี -45.01%
ย้อนหลัง 3 ปี -31.17%
ตั้งแต่จัดตั้ง (23/3/44) 123.68%

ช่วง เดือนเมษายน 2552 เป็นช่วงที่ดัชนีตลาดหุ้นไทยกำลังย่ำแย่เต็มที่เพราะปัญหาซับไพร์ม จะเห็นได้ว่าผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีของกองทุนนี้ ติดลบมากถึง 45 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งก็พอๆ กับความเลวร้ายของตลาดหุ้นไทยในเวลานั้นเลยทีเดียว หรือถ้าคิดให้เป็นผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปี ผลตอบแทนก็ยังคงแย่อยู่ดี เพราะยังติดลบมากถึง 31 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าหากดูผลตอบแทนตั้งแต่เริ่มจัดตั้งกองทุนเลย คือ เมื่อ 8 ปีที่แล้วมาจนถึงปัจจุบันนี้ จะพบว่ากองทุนยังให้ผลตอบแทนที่สูงถึง 123.68 เปอร์เซ็นต์ เลยทีเดียว ซึ่งสูงกว่าการลงทุนในตราสารหนี้รูปแบบอื่นใดในช่วงเวลาเดียวกันอย่างแน่นอน ทั้งที่เราวัดผลหลังจากที่เพิ่งเจอวิกฤติไปหมาดๆ

ดังนั้น ถึงแม้ว่าตลาดหุ้นบ้านเราจะเป็นตลาดหุ้นที่ผันผวนมาก แต่ถ้าระยะเวลาที่ออมเป็นช่วงเวลาที่ยาวมากจริงๆ การออมไว้ในหุ้นจึงยังคงเป็นทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนมากที่สุดอยู่ดี

เคล็ด ลับที่สำคัญของการออมเงินเกษียณไว้ในหุ้น คือ ต้องเป็นการออมแบบซื้อสะสมไปเรื่อยๆ ไม่ใช่การซื้อๆ ขายๆ เพื่อทำกำไรส่วนต่างไปตลอดทาง เราอาจคิดว่า การซื้อๆ ขายๆ ไปด้วย จะทำให้ได้ผลตอบแทนดีขึ้นอีก แต่ที่จริงแล้ว คนส่วนใหญ่เจ๊งหุ้นก็เพราะซื้อๆ ขายๆ บ่อยๆ นี่แหละ

ในระยะยาวมากๆ ผลตอบแทนของหุ้นจะวิ่งเข้าหาอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิของบริษัทที่เราลง ทุนเองโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าเราไปซื้อๆ ขายๆ ระหว่างทางเพื่อหวังทำกำไรระยะสั้น เราอาจซื้อขายผิดจังหวะ ทำให้ผลตอบแทนมีความไม่แน่นอน อาทิเช่น พอดัชนีหุ้นหล่นจาก 900 จุด มาเหลือแค่ 700 จุด เราไม่ยอมขาย แต่พอมันร่วงลงต่อไปอีกจนเหลือเพียงแค่ 380 จุด คราวนี้เรากลับถอดใจ เทขายออกมา เพราะกลัวว่ามันจะลงต่อไปอีกเหลือแค่ 200 จุด พอเราขายทิ้งเสร็จ ตลาดหุ้นก็ขึ้นพอดี จากที่ขาดทุนแค่ชั่วคราว ก็เลยกลายเป็นขาดทุนถาวรไป เป็นต้น

เรื่องสำคัญอีกประการหนึ่งของการออมเงินเกษียณไว้ในหุ้น คือ พอร์ตที่ลงทุนจะต้องมีการกระจายความเสี่ยงที่มากพอด้วย เพราะถ้าหากเราออมเงินได้นานจริง แต่เราลงทุนไว้ในหุ้นแค่ตัวเดียว แล้วบังเอิญหุ้นตัวนั้นเป็นหุ้นของบริษัทที่มีผลประกอบการที่ล้มเหลวในระยะ ยาว เงินลงทุนของเราก็คงหายไปหมด

ที่จริงแล้ว วิธีที่ดีที่สุดในการออมเงินเพื่อเกษียณ คือ การออมด้วยการซื้อกองทุนรวมที่เลียนแบบดัชนี เพราะตราบใดที่ประเทศไทยยังอยู่ โอกาสที่หุ้นส่วนใหญ่ที่เป็นส่วนประกอบของดัชนีตลาดหุ้นไทย จะล้มหายตายจากไปพร้อมๆ กันนั้น แทบจะไม่มีเลย

นอกจากนี้ คุณต้องมีเวลาเหลือที่จะออมก่อนถึงวัยเกษียณไม่ต่ำกว่า 15 ปีด้วย ถึงจะสามารถออมไว้ในหุ้น เพื่อสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่าแต่มีความแน่นอนสูงได้ครับ

By Narin
http://newsroom.bangkokbiznews.com/comment.php?id=7095&user=Narin

ป้ายกำกับ: , , , , , , , ,

SCBSET กำไรดี แต่เสี่ยง

หลังจากลองเล่นกองทุนรวม SCBSFF อยู่ระยะหนึ่ง พบว่า กำไรต่ำ แต่มีกำไรทุกวัน
http://www.scbam.com/module/fstable.asp
เมื่อลองดู SCBSET กำไรดีมาก เนื่องจากเป็นกองทุนหุ้น เอาเงินไปลงทุนในหุ้นนั่นเอง
ตามชื่อหรือที่ขนานนาม ตลาดหุ้น มีความเสียงสูง แต่หากจังหวะดีๆ ก็ทำกำไรได้ดี วันละ 1% ของเงินที่ลงไปเลยทีเดียว
ผมลองลองสับเปลี่ยนไปลอง SCBSET ด้วยเงินขั้นต่ำ 1000บาท ได้กำไรมาประมาณ 7บาท เทียบแล้ว ลงทุนน้อยกว่า SCBSFF
แต่กำไรดีกว่า วันต่อมาก็เพิ่มเงินไปอีก ก็ได้กำไรอีกประมาณ 700บาท นี่เพียงระยะเวลาประมาณ 3 วันเท่านั้น แต่วันต่อมาราคาตก ก็รีบสับเปลี่ยนคืนมายัง SCBSFF อีก วันนั้นขาดทุนไปนิดหน่อย ตอนนี้รอเงินเข้า SCBSFF (ประมาณ 2 วัน) แล้วจะลองใหม่อีก
ผมคิดว่า หากไม่โลภมาก เมื่อซื้อแล้วราคาขึ้นไปนิดหน่อยตามที่เราตั้งใจไว้ก็รีบสับเปลี่ยนคืน จะได้ไม่ขาดทุนไงครับ เช่น
ซื้อไว้ 6.148 เมื่อราคาขึ้นเป็น 6.389 ก็ขายทำกำไรก่อนดีกว่า หรือสับเปลี่ยนเป็น SCBSFF
อย่างไรก็ตามขอเตือนท่านว่า การลงทุนมีความเสี่ยง ควรพิจารณาให้รอบคอบก่อน เงินที่ใช้ลงทุนนี้ เป็นเงินเย็น ที่ไม่ได้ใช้จ่ายอะไร
ในระยะสั้นๆ ท่านอาจจะขาดทุนได้ พิงเตือนสติตัวเองเสมอความไม่รู้คือความเสี่ยง จงอย่าโลภและอย่าประมาทเป็นดีที่สุดครับ

ป้ายกำกับ: , , , ,

เริ่มต้นออมทรัพย์ด้วยการลงทุน ไทยพาณิชย์ : SCBSFF โคตรสนุก

ที่ต้องบอกว่ามันสนุกก็เพราะ ผมไม่มีทางขาดทุนกับกองทุนนี้แน่นอน และ ที่สำคัญไทยพาณิชย์มีระบบจัดการซื้อขาย กองทุน ที่ง่ายสุดๆในชื่อที่เรียกว่า Easy Internet แน่นอนครับว่านี่เป็นของฟรี



ผมเลือกกองทุนของไทยพาณิชย์ด้วยเหตุผลที่ว่า
1. สามารถซื้อขาย ผ่านอินเตอร์เน็ตได้ง่ายดายด้วย Easy Internet
2. พนักงานใกล้บ้านหน้าตาดี
3. ซื้อขายด้วยโทรศัพท์มือถือได้
4. โหลดหน้าเว็บด้วย Google Chrome เร็ว

โดยส่วนตัวประสบการณ์เรื่องการลงทุึนในกองทุนของธนาคารไม่มีเลยครับ นี่ถือเป็นครั้งแรกของการตัดสินใจ ซึื่งยอมรับว่ามีแป้วๆ ไปเหมือนกัน แต่ความรู้สึกนี้อยู่กับผมไม่ถึงนาทีครับเมื่อสังเกตุเห็นคุณป้าโต๊ะข้างๆ กำลังทำรายการของกองทุนที่ตัวเองซื้อไว้ ใจมันบอกเลยครับว่าเอ็งไม่เริ่มวันนี้ หรือ จะรอให้เหี่ยวเหมือนโต๊ะข้างๆก่อนค่อยคิดจะลงทุน 5555

ประสบการณ์ด้านการลงทุนผมมีอยู่บ้างครับ ส่วนใหญ่จะลงที่แชร์ในระแวกบ้านมากกว่า เรียกว่าเป็นการออมในรูปแบบหนึ่งที่มันเสี่ยงมากกว่ากองทุนที่ผมเปิดไปเมือ่วานสะอีก จึงได้ข้อสรุปให้กับตัวเองได้ว่า

ความกลัวคือศัตรู สุ้กับมันซะ

พูดถึงกองทุน SCBSFF กันหน่อย กองทุนนี้ลงทุนในตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง เงินฝากธนาคาร ตั๋วแลกเงิน และหุ้นกู้ภาคเอกชน ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่ำมากๆ ซึ่งดูจากผลย้ัอนหลังหลายๆ ปีแนวโน้มไม่ขาดทุน ฉะนั้นไม่แปลกครับถ้าผมจะเลือกกองทุนประเภทนี้เป็นแหล่งออมทรัพย์ มากกว่าการออกแบบฝากประจำ ที่ต้องเสียภาษีจากดอกเบี้ยที่ได้รับอีกด้วย

นโยบายการลงทุน : ลงทุนในตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง เงินฝากธนาคาร ตั๋วแลกเงิน และหุ้นกู้ภาคเอกชน
สภาพคล่องสูง : ซื้อขายได้ทุกวันทำการ
ขายคืนวันนี้ รับเงินวันทำการถัดไป เวลาประมาณ 12.00 น.
ค่าธรรมเนียมซื้อขาย : ไม่มี
เงินลงทุน : มูลค่าขั้นต่ำในการสั่งซื้อครั้งแรก 5,000 บาท
มูลค่าขั้นต่ำในการสั่งซื้อครั้งต่อไป 1,000 บาท
ช่องทางการซื้อขาย : ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขา, SCB Easy NET

วันจันทร์ที่ 13 นี้จะเป็นวันแรกที่ผมได้ถือหน่วยลงทุนก้อนนี้ แล้วจะมาเล่าประสบการณ์ให้ฟังครับว่าเป็นอย่างไรบ้าง

ป้ายกำกับ: , , ,

สอบถามพี่ๆที่ซื้อ SCB SET ว่า นิยมซื้อขายกันยังไงครับ

สอบถามพี่ๆที่ซื้อ SCB SET ว่า นิยมซื้อขายกันยังไงครับ

ตอนนี้ที่ผมเล็งๆไว้คือ เวลาขึ้นคือขายหมดเลย
แล้วค่อยมาซื้อใหม่ตอนมันลง

มีอีกคำถามครับ แต่ตอนนี้ก็สงสัยว่า
ถ้าสมมุติ
วันนี้ 6.7 แล้วเราขาย ก็จะได้ ที่ 6.7 ต่อหน่วยใช่ไหมครับ
แต่เวลาซื้อเนี่ย
ตอนรอลุ้นหลัง 20.00 ถูกไหมครับว่า มูลค่าต่อหน่วยวันนั้นๆจะเป็นเท่าไหร่ พอดีอ่านไปอ่านมาเลยงง
สรุปคือ เวลาขาย เห็นจะจะ แต่เวลาซื้อต้องลุ้น


ขอบคุณครับ

จากคุณ : คิว - [ 15 ก.พ. 50 11:44:44 A:124.120.100.179 X: TicketID:026363 ]




--------------------------------------------------------------------------------

หน้าหลัก แจ้งลบ bookmark ส่งต่อกระทู้ พิมพ์ โหวตกระทู้ เก็บเข้าคลังกระทู้ กระทู้ก่อนหน้า กระทู้ถัดไป








--------------------------------------------------------------------------------

ความคิดเห็นที่ 1

ทั้งซื้อ ทั้งขาย ต้องลุ้นหมดครับ
เพราะเวลาที่อนุญาตให้ทำรายการกับ SCBSET ได้คือ ก่อน 15.30 น.

ซึ่งในเวลาดังกล่าวจะไม่สามารถทราบราคาได้ว่า สุดท้ายแล้วราคาหน่วยลงทุนจะออกมาเท่าไหร่ เพื่อใช้จัดสรรหน่วยในวันนั้นครับ

และกว่าราคาจะออกมาให้ทราบก็จะประมาณ 20.00-21.00 น.

---------------------
ซื้อ อย่าทุ่มทีเดียว เพราะวันต่อไปอาจซื้อได้ถูกว่า
ขาย อย่าขายทั้งหมด เพราะวันต่อไปอาจขายได้ราคาดีกว่าเดิม

จากคุณ : pjuk - [ 15 ก.พ. 50 11:59:59 ]






ความคิดเห็นที่ 2

ซื้อตอนที่ set ลงไป 50-100 จุด ขายตอนที่มันขึ้นมา 50-100 จุดครับท่านน

เล่นเป็นรอบ มองรอบใหญ่ๆ

จากคุณ : จูล่ง - สุภาพบุรุษจากเสียงสาน - [ 15 ก.พ. 50 12:39:00 ]






ความคิดเห็นที่ 3

ผมเล่นทั้งรอบเล็ก รอบใหญ่ ไม่รีบไม่เครียด ก็น่าจะได้กำไรครับ..

จากคุณ : electone - [ 15 ก.พ. 50 14:29:22 ]






ความคิดเห็นที่ 4

"ซื้อตอนที่ set ลงไป 50-100 จุด ขายตอนที่มันขึ้นมา 50-100 จุดครับท่านน

เล่นเป็นรอบ มองรอบใหญ่ๆ "
หมายความว่า มองดูว่า set ลงสะสมจากวันนี้ 50 จุด ถึงเข้ามาซื้อหรือคะ ช่วยขยายความหน่อยค่ะ

จากคุณ : ด้วยรักและจริงใจ - [ 15 ก.พ. 50 15:04:34 ]






ความคิดเห็นที่ 5

เขามองยาวๆไงครับ
ไม่ใช่พวกผม 5 จุด 10 จุด ก็เฮโลเข้าออก อิอิ

จากคุณ : robbiepit - [ 15 ก.พ. 50 15:10:59 ]






ความคิดเห็นที่ 6

โอว...แค่ NAV ที่ซื้อมา+0.13 ขึ้นไปผมก็สับออกทั้งหมดแล้วหล่ะ ถือว่าหมดรอบ ถ้ามันจะขึ้นไปอีกก็ช่าง ประเดี๋ยวก็ปรับฐานลงมาให้ซื้ออีกเป็นรอบสั้นๆ สนุกดีออก

จากคุณ : tuxpower - [ 15 ก.พ. 50 17:20:01 ]






ความคิดเห็นที่ 7

ช่วงนี้ไม่มีค่าธรรมเนียมครับ เข้าๆ ออกๆ ได้ตามใจเลยครับ
ชอบมั่กๆ ถ้าจะไม่มีค่าธรรมเนียมตลอดไป..

จากคุณ : Ultraman_Denis - [ 15 ก.พ. 50 18:37:26 ]






ความคิดเห็นที่ 8

เหมือน SET นี่จะเน้นทำกำไรกันระยะสั้นกันนะครับเนี่ย

เท่าที่อ่านๆของพวกพี่ๆ

แล้วถามต่ออีกนิดส่วนใหญ่ มันจะ + , - ประมาณกี่จุด นะ ครับ ที่เปลี่ยนแปลงบ่อยๆ หรอครับ

จะได้กะถูกว่า ขึ้นลงเท่าไหร่ถึงจะขายดี

ขอบคุณครับ

จากคุณ : คิว - [ 15 ก.พ. 50 18:39:40 A:124.120.100.179 X: TicketID:026363 ]






ความคิดเห็นที่ 9

ผมมีคำถาม

เวลามีกำไรก็ดูจะตัดสินใจไม่ยากใช่มั๊ย
(แต่ตอนนี้เริ่มมีปัญหาว่า กลัวจะขายหมู)

แล้วถ้าเวลาขาดทุนจะทำยังไง
คิดไว้แล้วยัง

อยู่มาหลายปี เดา 10 ครั้ง ยังถูกแค่ 2 ครั้งเอง
แต่รู้อยู่อย่าง ว่า ตราบเท่าที่ขายแล้วยังซื้อคืนได้
ตลาดก็ยังไม่ไปไหน

แต่ถ้าซื้อคืนไม่ได้ ตลาดก็เปลี่ยนเทรนด์แล้ว

จากคุณ : ชอบของถูก - [ 15 ก.พ. 50 23:43:01 A:124.120.71.217 X: TicketID:109035 ]






ความคิดเห็นที่ 10

ลองซื้อขาย ตาม รายใหญ่ ดูนะครับ

ทะเลาะกับ รายย่อยให้เป็นนิสัย

รายย่อยซื้อ เรา ขาย

รายย่อยขาย เราซื้อ

ง่ายไป มั๊ยครับ

ส่วนมาก กองทุน กับ ต่างชาติ มักจะถูก

เล่นตามรายย่อยจะได้แค่ ปลาซิว

แต่เล่นตาม รายใหญ่ อาจได้ปลาใหญ่









จากคุณ : skullevil - [ 17 ก.พ. 50 06:59:21 ]

ป้ายกำกับ: , , ,